"รักแห่งสยาม" ภาพยนตร์แห่งสยามแสควร์ที่แทบจะไม่มีใครไม่เคยดู หลายคนโศก หลายคนซึ้ง หลายคนอินและตีความทุกอย่างที่ปรกฎขึ้นบนจอ.. บทสนทนาประโยคยาวๆของมิวในฉากใน ห้องนอนถูกหยิบยกมาพูดถึงเพราะ ความคมคายบาดใจระคายหูใคร หลายๆคน

"มันจะเป็นไปได้เหรอ ที่เราจะรักใคร โดยไม่กลัวการสูญเสีย


แต่อีกใจนึงก็คิดว่า แล้วมันจะเป็นไปได้เหรอที่เ
ราจะ อยู่ได้ โดยไม่รักใครเลย"



.. dialogueที่เคยรู้สึกว่าเกิ
ดขึ้น จากการพยายามทำให้ลึก หรือจงใจให้คม วันนี้กลับเป็นประโยคที่วนเวียนอยู่ในหัวกลับไปกลับมา




หลังจากฝนเริ่มซาฟ้าก็เริ่ม
สว่าง.. หากแต่มีเมฆสีเทาบางๆตามติดเรา ไปทุกที่ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียหรือเจ็บ ปวดวาดทางเดินให้เราปิดตัวเองแต่แสร้งว่าเปิดใจ สร้างแอคชั่นเหี้ยๆห่วยๆเพื่อป้องกันตัวเองทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแบบนั้น.. เหงา เศร้า คงเป็นเรื่องธรรมดาที่พร้อมจะชินชาได้ทุกเมื่อ





แต่ความรู้สึกดีๆที่เรียกว่
า "รัก" ไม่เคยปราณีใคร แม้ว่าคุณจะกลัวมันแค่ไหนมันจะวิ่งเข้ามาท้าทายเสมอ
บางเวลาอาจรู้ตัวดีว่าถ้าพร
ุ่งนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปคงเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยาก หรือเรียกได้ว่าพินาศอีกซักครั้ง.. แต่ต่อให้พยายามรั้งตัวเองไว้เท่าไหร่ ก็คงต้านทานความรู้สึกดีๆแบบนี้ไว้ไม่ได้เช่นกัน




จากนี้ไปคงจะต้องหลับตารอรั
บความเจ็บปวดที่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่.. แต่ก็เลือกไม่ได้แล้วใช่มั้ย?? เพราะเลือกที่จะกระโดดเข้าไปแล้ว นี่-*-"!!!





Mr. tofu
...


คืนที่ลมสงบ อากาศร้อนอย่างเช่นเคย เพื่อนรักเพื่อนซี้คนหนึ่งสื่อสารผ่านทางchat boxมาว่า เก็บลูกนกตกจากรังได้ตัวหนึ่ง เป็นนกเขาตัวเท่าอุ้งมือ ทั้งเขาและฉันต่างช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้เจ้าลูกนกยอมกินอาหาร อย่างน้อยก็เพื่อตอ่ชีวิตมันให้ยาวออกไป




เหตุการณ์เหมือนคุ้นเคย ฟื้นความทรงจำเก่าๆให้กลับคืน ... "บิงโก"เพื่อนรัก ลูกนกตกรังจากที่ไหนก็ไม่รู้นอนอยู่ที่โรงรถของบ้าน ลูกนกตัวเล็กยังช่วยตัวเองไม่ได้ กลิ่นคาวของสัตว์อ่อนแอเช่นนี้ช่างล่อใจมดและแมลงเสียเหลือเกิน พวกเราทั้งบ้านต่างช่วยกันขยับมันมาในที่ปลอดภัยและหาอะไรรองให้มันนั่งนอนสบาย วันทั้งวันก็ไม่เห็นแม่นก ไม่เห็นใครที่จะมาดูแล ด้วยความขี้สงสารจึงโวยวายกับคนทั้งบ้านว่าฉันจะเลี้ยงและดูแลมัน!!!





ฉันขออุปกรณ์ต่างๆจากแม่ทั้งกล่องเปล่าใบใหญ่พอที่มันจะอยู่ได้ ผ้าสำหรับรองนอนให้ความอบอุ่น กะละมังใช้หล่อน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้มดขึ้น และลงทุนตื่นเช้าไปตลาดเพื่อจะไปหาอะไรที่ลูกนกพอจะกินได้มาให้มันกิน.. อาหารของเจ้าบิงโกคือ ไข่มดแดงที่ช่วงนั้นยังมีอยู่มากในตลาด เราใช้หลอดนมหลอดเล็กป้อนอาหารและน้ำให้มันกินวันละประมาณสี่ครั้ง นั่งเฝ้ามันแทบจะทั้งวัน.. เราใช้เวลาด้วยกันหลายวันหลายคืนจนกระทั่งวันหนึ่ง




... หลังจากที่มันกินอาหารรอบบ่ายเสร็จก็นอนหลับเหมือนนกเด็กทั่วไปที่กินบ่อย นอนเยอะ... บ่ายแก่ๆ ฉันเข้าไปดูว่ามันตื่นรึยังและต้องการอาหารอีกหรือไม่ เมื่อไม่เห็นมันตื่นก็เรียกและเข้าไปกวนมันตามประสาเด็กที่ชอบเล่นกับสัตว์... แต่บิงโกไม่ตื่น!! ฉันนิ่งอึ้งไปซักพัก ก่อนที่จะเรียกมันอีกครั้งแล้วเรียกแม่มาดู บิงโกแน่นิ่ง แม่บอกว่ามันตายแล้ว




แม่และฉันช่วยกันจัดการเอาร่างของบิงโกมาห่อและเอาไปทิ้งในถังขยะอย่างไร้พิธีรีตรองตามสไตล์ของบ้านเรา เก็บอุปกรณ์ต่างๆที่เคยมีเคยใช้ หลังจากเสร็จพิธีฉันก็เดินเข้าไปในบ้านอย่างเซ็งๆและซบหน้าร้องไห้กับหมอน ไม่ได้อยากร้องไห้ ไม่ได้อยากให้ใครเห็น.. แต่.... เสียใจจริงๆที่จะไม่ได้เจอกับบิงโกอีกต่อไป





... นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้คิดถึงกัน นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้คิดถึงรอยยิ้มในวันที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้มีกันและกัน และวันนี้ได้กลับมาคิดถึงมันอีกครั้ง ขอบคุณที่ได้เจอกัน ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน.. และขอโทษถ้าดูแลได้ไม่ดีพอ



ขอบคุณเพื่อนคนนี้ที่ได้ทำให้นึกถึงความรักและความสุขกับเพื่อนหรือน้องตัวเล็กที่ขโมยหัวใจฉันไปพักนึงเลย หวังว่าเจ้านกเขาพลัดรังตัวนั้นจะอยู่รอดปลอดภัยเป็นอย่างดี ขอให้เพื่อนฉันคนนี้มีความสุขที่ได้ดูแลมัน พยายามเข้านะเพื่อนๆและเจ้านกเขา





Mr. tofu

กู้ภัยฉุกเฉิน

posted on 19 Apr 2010 22:08 by lastevening

..

 

       เมื่อวานก่อนได้มีโอกาสไปตลาดพร้อมกับคุณแม่ จริงๆก็ไปเกือบทุกวันอยู่แล้วแต่วันนั้นดูจะตั้งใจเดินเป็นพิเศษ

 

ตลาดตอนเย็นพลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อหาอาหารหลังจากเลิกงานและก่อนที่จะกลับเข้าบ้าน ผลไม้ต่างๆนานาดูจะเป็นสิ่งที่ขายดีเหมือนเช่นทุกวัน ร้านขายปลาสดๆยังคงมีผู้คนมายืนมุงเหมือนแจกฟรี

 

 

...    แผงขายปลาแผงนี้อยู่ใกล้ๆกับทางเดินเข้า-ออกตลาดที่อยู่ติดกับฝั่งตลาดนัด เท่าที่สังเกตได้แผงขายของนี้เป็นแผงปลาสดแผงเดียวในตลาด ถึงแม้จะอยู่ใกล้ๆกับทางเข้าออกแต่เราก็ไม่ได้เดินผ่านแผงปลานี้ทุกวัน เพราะในตลาดก็แบ่งเป็นหลายล็อคหลายซอย แต่ทุกครั้งที่เดินผ่านก็ต้องเอามือป้องตาทุกครั้งไป

 

 

 

ที่แผงปลาสดนี้จะมีปลาที่เบียดเสียดอยู่ในกะละมังพร้อมกับน้ำขลุกขลิก.. ซึ่งก็เหมือนกับที่อื่นทั่วๆไป

แต่นอกจากนี้แล้วยังมีกระจาดวางอยู่อีกประมาณ2-3ใบ

กระจาดเหล่านั้นรองด้วยใบตองสีเขียวสด

บนใบตองมีปลา... ปลาเป็นๆหลากหลายชนิด ขนาดซักตัวเท่าแขนวางอยู่เต็มไปหมด

เหมือนมันจะสงบนิ่ง เหมือนตาใสๆจะลืมไปงั้นๆ

แต่เหงือกยังขยับ มันยังหายใจ!!!!! แม้ว่าตาใสๆจะไม่กลอกไปไหนเลย

นั่นคือสิ่งที่ได้เห็นอยู่ประจำ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็เลี่ยงที่จะมอง

 

       กลับมาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน วันที่ทุกอย่างในตลาดยังเหมือนเดิม เราเดินผ่านหน้าแผงปลานี้เหมือนเดิม คนยืนมุงหน้าแผงปลาเหมือนเดิม และเราก็พยายามเอามือป้องตาเหมือนเดิมเมื่อต้องเดินผ่าน แต่วันนี้ไปสะดุดกับเด็กชายคนนึง เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ดูท่าแล้วคงไม่เกินชั้นอนุบาลหรือป.1 ยืนอยู่หน้าแผงปลา มือเล็กๆทั้งสองข้างของเด็กวางอยู่ที่ปลาตัวโต.. แล้วขยับไปมา.. ไม่ใช่!! เด็กคนนั้นไม่ได้จับปลาเล่นๆ

 

 

 

       อีกไม่นานเด็กคนนั้นเริ่มโถมตัวออกแรงกดลงไปบนตัวปลา เร็วขึ้นและแรงขึ้น เฮ้ยยยยยยยย!!!!!!! น้องคนนี้นี่มัน "กำลังปั้มหัวใจให้ปลา"!!!!!!!!!

 

 

 

       ...ใจนึงก็นึกตลกเด็กที่ไม่รู้ประสีประสาที่คงอยากจะช่วยปลาที่หายใจพงาบๆบนใบตองให้ฟื้นคืนชีพ อีกใจก็สงสารปลาอย่างหนักที่ต้องทนทุกข์กับการถูกจับขึ้นมาอยู่บนบกและกำลังรอความตายเพียงแค่มีคนชี้นิ้วสั่ง และที่สำคัญยังต้องเผชิญกับหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินที่ออกแรงกดลงกลางตัวเต็มที่ ถ้าปลาตัวเล็กซักหน่อยคงแบนคามือ

 

 

 

นั่งนึกไปนึกมา.. นอกจากสงสารแล้วยังคิดเลยไปถึงว่า เรารู้จักเหงือกปลาซึ่งเป็นอวัยวะในระบบหายใจ เรารู้จักถุงลมของปลา(หรือที่เราเอาไปกินแล้วเรียกมันว่ากระเพาะปลา) ว่าเป็นอวัยวะที่ช่วยในการลอยตัว รู้ว่าปลามีระบบหมุนเวียนเลือด แล้วหัวใจปลาที่พ่อหนูคนนั้นพยายามเรียกการทำงานกลับมานั้นอยู่ที่ไหน???? ว่าแล้วก็หาความรู้เพิ่งจากเหตุการณ์ใกล้ตัวซักหน่อย

 

ปลาทุกกลุ่ม มีหัวใจ 2 ห้องคือ

* Auricle 1 ห้อง Atrium

* Ventricle 1 ห้อง

- อยู่ในช่องว่างของลำตัวที่เรียกว่า Pericardial cavity

- เลือดที่กลับจากไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้วมารวมกันใน sinus venosus แล้วไหลต่อไปยัง auricle และ ventricle แต่ละตอนมีลิ้นหัวใจกั้นเพื่อป้องกันการไหลกลับของเลือด

เมื่อ Ventricle บีบตัวโลหิตจะไหลออกทาง Conus steriosus เข้าสู่ Ventral aorta แล้วแยกแขนงเข้าสู่ gill เรียกว่า Afferent branchial arteries มีอยู่ 4 คู่ จากเส้นโลหิตทั้ง 4 คู่นี้กระจายไปยังเส้นเลือดฝอยที่เหงือก เพื่อการหายใจ แล้วรวมกันเป็น Efferent branchial arteries ไหลออกจากเหงือกไปรวมกันเป็นเส้นเลือดใหญ่ เรียกว่า Dorsal aorta นำโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายต่อไป ******

 

       หึหึ ความหวังดีของเด็กคนนั้นคงจะเกือบถูก ถ้าลดมืองลงมาจากกลางตัวให้ต่ำลงแล้วค่อนมาทางหัวปลาอีกซักนิดรับรองว่าหัวใจถูกกระตุ้นแน่นอน แต่ไม่ว่ายังไงปลาพวกนั้นมันก็ไม่ฟื้นแล้วล่ะ เพราะอย่างน้อยแม่หนูก็ยังยืนซื้อและสั่งให้พวกเขาฆ่าปลาเหล่านั้นอยู่เลย

 

 

นี่แหละหนา "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"

 

 

Mr. tofu

edit @ 19 Apr 2010 22:40:59 by EvEning